2010年8月16日星期一

มัน

อาทิตย์นีสบายที่สุดเลย เพราะมีการบ้านแค่ชิ้นเดียว ดีจัง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปบางแสนมา อ.ให้เราเขียนข่าวเป็นบล้อก เราไม่ได้เขียนเลย ก็เราไม่รู้ไงเขาสั่งมาให้เขียนข่าว เราก็เลยเขียนเป็นแบบการบันทึกประจำวันหรือบักทึกความรู้สึกของเราไป อย่างนี้ก็ต้องหักคะแนน ไม่ยุติธรรมเลย ผมว่าถ้าจะเขียนบันทึกประจำวันหรือความรู้สึกของตัวเราเอง มันยิ่งยากกว่าการเขียนข่าวตั้งมาก
ไหนเราจะต้องบรรยายภาพที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกนั้นๆ จะต้องคิดคำมาสื่อความคิดให้ชัดเจนถูกต้อง ไหนจะต้องหาคำและแต่งเป็นประโยคที่หรูหราให้ผู้อ่านได้ประทับใจ สิ่งเหล่านี้ยากพอสมควรสัมหรับคนต่างชาติ แต่การเขียนข่าวก็แค่จะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า มันเกิอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไรแค่นั้นเพียงสื่อให้ผู้อ่านได้รู้อยู่แค่นี้ และรูปแบบการเขียนข่าวเราก็ไม่ได้ศึกษาอะไรมากมาย ถ้าจะเขียนอาจจะต้องเขียนมั่วไป และสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อะไร จะเขียนข่าวก็ไม่ได้เต็มบาท จะเขียนบทความก็อาจไม่สมูรณ์
เพราะฉะนันผมจึงคิดว่า เราเขียนอะไรไปไม่สำคัญ ว่าแต่ให้นอกคอกมากไปก็พอ เพราะเป้าหมายที่สุดของเราก็คือให้นักศึกษาได้ฝึกใช้ภาษาไทยไม่ใช่หรือ ถ้า อ. อยากจะให้เราได้ฝึกทะษักที่ใช้สำหรับในชีวิตประจำวันบ้าง ก็ขออย่าเอาพวกเรื่องที่ไม่ค่อยได้เก่ณร์สารมาประกอบการสอนอีกต่อไป ครับ

1 条评论:

  1. วิชาที่เรียนชื่อวิชา ภาษาไทยกับเทคโนโลยีการสื่อสาร
    การใช้ภาษาไทยในการเขียนบล็อก ก็ทำไปแล้ว
    การใช้ภาษาไทยในการเขียนบท สำหรับออกอากาศก็ทำไปแล้ว
    การใช้ภาษาไทยในการเขียนข่าว เพื่อใช้เผยแพร่ลงในบล็อก
    ก็เป็นการฝึกใช้ภาษาไทยอย่างหนึ่ง
    ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ที่ว่าเขียนบันทึก ยากกว่าข่าว
    ทำไมไม่ได้คะแนน
    คำสั่ง คือให้เขียนข่าว
    ในห้อง 21 คน เขียนข่าวมา 80 % ของห้อง
    ส่วนเขียนบันทึกมีเพียงไม่กี่คน
    หากจะหักคะแนน ก็ขอหักคนที่ทำผิดคำสั่ง
    เป้าหมายวิชานี้คือฝึกทักษะ แล้วการเขียนข่าว มันไม่ใช่การฝึกทักษะหรือ
    สงสัยจริงๆ ว่าเอาอะไรมาวัด เรื่องนอกคอก หรือไม่นอกคอก
    นี่สงสัยว่านอกจากจะหักคะแนนเรื่องเขียนผิดรูปแบบ แล้ว
    ยังคงต้องหักคะแนน เรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาด้วยมั้ง
    ใกล้ปิดคอร์สแล้ว ยังไม่เข้าใจเลยว่า เนื้อหาวิชา เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

    หากคิดว่าเนื้อหาที่สอนไม่เป็นแก่นสาร
    ก็แล้วทำไมยังเขียนผิด ยังทำผิดอยู่ละคะ

    回复删除